เอชไอวี (HIV)
Human Immunodeficiency Virus
การรับเชื้อ
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- เข็มฉีดยาร่วมกัน
- แม่สู่ลูก
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- PrEP / PEP
- U=U — ผู้ที่กินยาจนตรวจไม่พบเชื้อจะไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์
- ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เอชไอวี (HIV) หรือชื่อเต็มว่า Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ร่างกายเกิดโรคฉวยโอกาสและนำไปสู่โรคเอดส์ได้
การรักษา
รักษาโดยใช้ยาต้านไวรัส (ARV) เพื่อให้เชื้ออยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบ (Undetectable) ซึ่งช่วยป้องกันการส่งต่อเชื้อไปยังคู่ (U=U)
การตรวจคัดกรอง
วิธีการตรวจหลัก 2 แบบ ได้แก่
- Anti-HIV — ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น ผลย้อนหลัง ~1 เดือน ทราบผลใน 1–2 ชั่วโมง
- NAT (Nucleic Acid Testing) — ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ ผลย้อนหลัง 1–2 สัปดาห์ มีความไวสูงสุด
ซิฟิลิส (Syphilis)
Treponema pallidum
การรับเชื้อ
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- ออรัลเซ็กส์
- สัมผัสแผลโดยตรง / จูบ
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่หากมีอาการจะแบ่งเป็นระยะดังนี้
- ระยะที่ 1 — มีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่เจ็บ เกิดภายใน 10–90 วันหลังรับเชื้อ (เฉลี่ย 3 สัปดาห์)
- ระยะที่ 2 — ผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผมร่วง เกิดใน 6 สัปดาห์–6 เดือน
- ระยะแฝง — ไม่มีอาการ แต่ตรวจพบเชื้อในกระแสเลือด
- ระยะที่ 3 — เชื้อแพร่กระจายไปสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลัง อันตรายถึงชีวิต พบหลัง 10 ปีขึ้นไป
การรักษา
ฉีด Benzathine Penicillin G 2.4 ล้านยูนิต เข้ากล้ามเนื้อ ควรนำคู่นอนมารักษาด้วยแม้ไม่มีอาการ และงดเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา 1–2 สัปดาห์
การตรวจคัดกรอง
เจาะเลือด ทราบผลใน ~1 ชั่วโมง
หนองใน (Gonorrhoea)
Neisseria gonorrhoeae
การรับเชื้อ
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- ออรัลเซ็กส์
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ อาจเกิดอาการในทวารหนัก (ปวด คัน มีหนองหรือเลือดออก) และช่องคอ (เจ็บคอ มีหนองในลำคอ) ซึ่งมักไม่มีอาการและตรวจพบจากการตรวจคัดกรองเท่านั้น
การรักษา
ต้องฉีดยาและทานยาร่วมกันเสมอ มี 2 วิธี ได้แก่
- ฉีด Ceftriaxone 500 มก. + ทาน Azithromycin 1 กรัม ครั้งเดียว
- ฉีด Ceftriaxone 500 มก. + ทาน Doxycycline 100 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 14 วัน
การตรวจคัดกรอง
เก็บตัวอย่างจากลำคอ ช่องคลอด ทวารหนัก และ/หรือปัสสาวะ ทราบผลใน ~2 ชั่วโมง
หนองในเทียม (Chlamydia)
Chlamydia trachomatis
การรับเชื้อ
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- ออรัลเซ็กส์
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ล้างเซ็กซ์ทอยและเปลี่ยนถุงยางทุกครั้ง
- ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ผู้ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ หากมีอาการจะคล้ายหนองใน เช่น ปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหล นอกจากนี้ยังเกิดอาการในทวารหนัก (ปวด คัน มีของเหลวหรือเลือดออก) และช่องคอ (เจ็บคอเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ)
การรักษา
ทาน Azithromycin 1 กรัม ครั้งเดียว หรือ Doxycycline 100 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 14 วัน ควรนำคู่นอนมารักษาด้วยแม้ไม่มีอาการ
การตรวจคัดกรอง
เก็บตัวอย่างจากลำคอ ช่องคลอด ทวารหนัก และ/หรือปัสสาวะ ทราบผลใน ~2 ชั่วโมง
ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
Hepatitis A Virus (HAV)
การรับเชื้อ
- อาหาร/น้ำปนเปื้อน
- ออรัลเซ็กส์ทางทวารหนัก
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ล้างมือสม่ำเสมอ
- วัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ไวรัสตับอักเสบเอทำให้ตับอักเสบเฉียบพลัน อาการที่พบได้แก่ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ท้องร่วง คลื่นไส้ ตัวเหลืองตาเหลือง โดยทั่วไปหายเองได้
การรักษา
รักษาตามอาการ ไม่มียาเฉพาะ
การฉีดวัคซีน
ควรตรวจภูมิต้านทานก่อนฉีด โดยเลือกตรวจแบบใดแบบหนึ่ง ได้แก่
- Anti-HAV IgG — ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว ถ้า positive ไม่ต้องฉีดวัคซีน
- Anti-HAV IgM — ตรวจการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน
- Anti-HAV total — ตรวจรวมทั้งสองชนิด ถ้า positive ไม่ต้องฉีดวัคซีน
ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน ไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีด และไม่ต้องเริ่มใหม่หากไม่มาตามนัด
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
Hepatitis B Virus (HBV)
การรับเชื้อ
- เลือดและสารคัดหลั่ง
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- แม่สู่ลูก
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ไม่ใช้เข็มร่วมกัน
- วัคซีน 3 เข็ม เดือน 0, 1, 6
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ไวรัสตับอักเสบบีทำให้ตับอักเสบ หากเป็นเรื้อรังเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หากมีอาการจะพบตัวเหลืองตาเหลือง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดท้อง
การรักษา
บางรายเป็นเฉียบพลันแล้วหายเอง ผู้ที่เป็นเรื้อรังต้องรับประทานยาต้านไวรัสต่อเนื่องหลายปี
การตรวจคัดกรอง
ตรวจ HBsAg และ Anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน และตรวจ HBsAg ทุก 12 เดือนหากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
การฉีดวัคซีน
- ฉีด 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1, 6
- ไม่ต้องเริ่มใหม่หากไม่มาตามนัด
- ภูมิจากวัคซีนอยู่ได้อย่างน้อย 30 ปี
- ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ฉีดได้
ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)
Hepatitis C Virus (HCV)
การรับเชื้อ
- เข็มฉีดยาร่วมกัน
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- แม่สู่ลูก
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- ไม่ใช้เข็มร่วมกัน
- ตรวจทุก 6–12 เดือน
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ไวรัสตับอักเสบซีมักเป็นเรื้อรัง (เกิน 70%) และเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หากมีอาการจะพบมีไข้ อ่อนเพลีย ตัวเหลืองตาเหลือง ปวดข้อ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
การรักษา
รับประทานยาต้านไวรัสต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน
การตรวจคัดกรอง
- ตรวจ Anti-HCV → ถ้า positive ตรวจ HCV viral load ต่อ
- HCV viral load positive → มีเชื้อ ส่งต่อรักษา
- HCV viral load negative → เคยเป็นแต่หายแล้ว
เอชพีวี / หูดหงอนไก่ (HPV)
Human Papillomavirus
การรับเชื้อ
- เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- สัมผัสอุปกรณ์ทางเพศ
การป้องกัน
- ถุงยางอนามัย
- วัคซีน HPV
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและปากทวารหนัก
▶ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง (เช่น 16, 18) ที่ทำให้เกิดมะเร็ง และกลุ่มเสี่ยงต่ำ (เช่น 6, 11) ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ โดยทั่วไปไม่มีอาการ ร่างกายสามารถกำจัดได้เองภายใน 1–2 ปี
การรักษา
- ไม่มีอาการ → ไม่ต้องรักษา
- มีหูดหงอนไก่ → ยาทา จี้ไฟฟ้า เลเซอร์ หรือ Infrared
- ระยะก่อนมะเร็งและมะเร็ง → ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
วัคซีน HPV
- อายุ 9–20 ปี: 1–2 เข็ม (WHO แนะนำ 1 เข็มได้ตั้งแต่ปี 2022)
- อายุ 21 ปีขึ้นไป: 2 เข็ม เดือนที่ 0 และ 6
- ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง: 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1–2 และ 6
- แนะนำอายุ 9–26 ปี ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และคนข้ามเพศ